การช่วยผู้ถูกไฟฟ้าดูด

ไฟฟ้าดูด หรือ ไฟช็อต (Electronic Injury / Electric Shock) คือ ร่างกายของมนุษย์ซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อไปสัมผัสแหล่งพลังงานที่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งอยู่ ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านเนื้อเยื่อเข้ามาในร่างกาย และเกิดอาการช็อต ผิวหนังและเนื้อเยื่อภายในร่างกายไหม้ หัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้น รวมทั้งทำลายกล้ามเนื้อและสมอง ทั้งนี้อาการที่ร่างกายแต่ละคนได้รับบาดเจ็บอาจรุนแรงแตกต่างกันไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้  

ความรุนแรงของอาการไฟช็อตขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่ ชนิดและความแรงของโวลต์ไฟฟ้า ระยะเวลาที่ถูกไฟช็อต วิถีการไหลของกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกาย และสุขภาพโดยรวมของผู้ถูกไฟช็อต ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บหลังถูกไฟช็อตควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาเช่นกัน เนื่องจากอาการหรือภาวะแทรกซ้อนจากการถูกไฟช็อตอาจไม่ปรากฏออกมาชัดเจน การเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลจะช่วยตรวจหาความผิดปกติ และสามารถรับการรักษาให้หายเป็นปกติได้

อาการของผู้ที่ถูกไฟช็อตเกิดได้หลายอย่าง ดังนี้

1.   หมดสติ

2.   หายใจลำบากหรือไม่หายใจ รวมทั้งการสัญญาณชีพอ่อนแรงลงหรือไม่ปรากฏสัญญาณชีพประสบภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

3.   เกิดแผลไหม้ที่ผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณที่กระแสไฟฟ้าไหลเข้าและออกจากร่างกาย ซึ่งได้แก่ มือ ส้นเท้า และศีรษะ ปวดแสบปวดร้อน

4.   ปวดกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้อกระตุก หดเกร็งอย่างรุนแรง จนปวดมือหรือเท้า หรืออาจมีลักษณะผิดรูป ซึ่งเกิดจากกระดูกหัก  เกิดอาการชัก

5.   เกิดอาการสับสนมึนงง ปวดศีรษะ รวมทั้งเกิดอาการชาหรือเป็นอัมพาต

6.   เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะภายใน ทำให้อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการกลืน การมองเห็น หรือการได้ยิน เกิดอาการชา หรือเป็นเหน็บชา

การช่วยเหลือ

1.   ไม่แตะต้องตัวผู้ประสบภัยหากยังไม่มีการตัดกระแสไฟฟ้า ไม่ควรสัมผัสผู้ป่วยที่กำลังถูกไฟช็อตด้วยมือเปล่า จนกว่าจะแน่ใจว่าได้มีการตัดกระแสไฟฟ้าแล้ว และพึงระมัดระวังกระแส ไฟฟ้าที่มีศักย์ไฟฟ้าสูงสามารถวิ่งฝ่าอากาศหรือจะเรียกว่ากระโดดได้ไปยังอีกที่หนึ่งโดยไม่ต้องมีสายไฟฟ้า  ระยะห่างที่ไฟฟ้าสามารถ"กระโดด" ได้ระยะทาง    2 - 3  มิลลิเมตร จนถึง  30  เซนติเมตรขึ้นอยู่กับศักย์ไฟฟ้า     

2.   สำรวจความปลอดภัยพื้นที่ที่ผู้ป่วยถูกกระแสไฟฟ้าดูด  มองดูทั่วบริเวณที่เกิดเหตุอย่างรอบคอบ. ประเมินสถานการณ์ และมองหาอันตรายใดๆ ที่มองเห็นได้ หากยังคงมีอันตรายจากไฟดูดอยู่ จะทำให้คุณได้รับบาดเจ็บตามไปด้วย

3.   ตรวจหาแหล่งที่มาของไฟดูด จงดูว่าผู้ประสบภัยยังสัมผัสกับแหล่งที่มาของไฟฟ้าหรือไม่ และจงจำไว้ว่าไฟฟ้าสามารถไหลผ่านร่างของผู้ประสบภัยเข้ามาในตัวคุณได้

4.   ตัดกระแสไฟ ได้แก่

(1)   ปิดสวิทที่จ่ายกระแสไฟมายังตำแหน่งที่เกิดเหตุ

(2)   โทรแจ้งการไฟฟ้าเพื่อตัดการจ่ายไฟฟ้าเข้าบริเวณพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียงกรณีที่ไม่สามารถเข้าดำเนินการตาม (1) ได้

5.   ช่วยนำผู้ป่วยให้ผู้ป่วยพ้นจากสภาวะการถูกกระแสไฟฟ้าดูดทันที ด้วยความระมัดระวัง

6.   ประเมินสภาวะผู้ป่วย ดูว่าผู้ป่วยหายใจอยู่หรือไม่ หมดสติหรือไม่ หายใจอ่อนแรง มีบาดแผล หรือผิวหนังไหม้จากความร้อน หรือเลือดออกจากส่วนใด

7.   ขอความช่วยเหลือด่วนจากรถพยาบาลหมายเลขโทร 1669 ข้อมูลแจ้งเหตุที่สำคัญ ได้แก่

1)   อาการสำคัญที่ผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์ ก็คือ ถูกกระแสไฟฟ้าดูด รู้สึกตัวหรือไม่

2)   อาการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ตามข้อ 6 ได้แก่ หมดสติ หรือหายใจอยู่หรือไม่ พูดสนทนาได้หรือไม่ มีบาดแผลไหม้ที่ใดหรือไม่ หรือมีเลือดออกที่ใดหรือไม่

3)   ที่ที่ผู้ป่วยอยู่ในขณะนั้น

4)   เส้นทางการเดินทางพร้อมจุดสังเกตสำคัญตลอดเส้นทางการเดินทางไปยังที่อยู่ผู้ป่วย

5)   ชื่อ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ของผู้แจ้งเหตุ หรือผู้ที่อยู่กับผู้ป่วยที่สามารถให้ข้อมูลอาการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยเพิ่มเติมได้

8.   การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น ขณะรอรถพยาบาลมาถึง และ ควรอยู่ดูแลผู้ป่วยจนกว่ารถพยาบาลจะมารับตัวไปรักษาโดย

(1)   ไม่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยพลการ

(2)   ไม่ประคบน้ำแข็ง ทาขี้ผึ้ง ทายา พันผ้าขนหนู หรือติดพลาสเตอร์ยาให้แก่ผู้ที่มีแผลไหม้

(3)   ไม่ควรลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้ว หรือเจาะถุงน้ำบนผิวผู้ป่วยที่เกิดแผลไหม้


แก้ไขครั้งสุดท้าย: Wednesday, 16 January 2019, 4:02PM