เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ ( Automated external defibrillator: AED)

AED เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์แบบพกพาชนิดหนึ่ง ถูกออกแบบมาให้คนทั่วไปใช้ได้โดยอัตโนมัติ เครื่องจะทำการวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ชนิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นแผ่วระรัว  ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็วผิดปกติกระแสไฟฟ้าที่ส่งไปยังกล้ามเนื้อหัวใจเกิดความปั่นป่วนเต้นไม่ประสานกัน ไม่เกิดเป็นกลไกสูบฉีดเลือด จนหัวใจหยุดเต้นเป็นอันตรายต่อชีวิต และสามารถให้การรักษาด้วยการช็อกไฟฟ้ากระตุกหัวใจได้โดยใช้กระแสไฟฟ้าหยุดรูปแบบการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ โดยเครื่องจะให้คำแนะนำผ่านเสียงพูดและภาพประกอบบนจอ  เพื่อเปิดโอกาสให้หัวใจกลับมาเต้นใหม่ในจังหวะที่ถูกต้อง  AED ที่มีอยู่ทั่วไปปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ คำแนะนำก็มีหลายภาษา แต่หลักและวิธีการใช้เหมือนๆกัน จึงมีการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้เครื่อง AED ในการให้ความช่วยเหลือฟื้นคืนชีพแก่ผู้ที่เกิดภาวะฉุกเฉินหัวใจหยุดเต้นได้โดยทั่วไป

ก่อนลงมือปฏิบัติต้องแน่ใจว่าพื้นที่ที่จะปฏิบัติต้องแห้งไม่เปียกแฉะ และตัวผู้ป่วยต้องไม่เปียกแฉะ หากเปียกต้องใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง การใช้ AED ต้องมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าอาจเกิดการดูดผู้ที่อยู่ในพื้นที่ได้ วิธี ปฏิบัติที่ง่ายๆ เพียง 4 ขั้นตอน ดังนี้

1.   เปิดเครื่อง 

2.   ติดแผ่นนำสัญญาณไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง คือ บริเวณใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวา และชายโครงด้านซ้าย (ตามภาพ) และหลังจากนั้นไม่สัมผัสตัวผู้ป่วย

3.   ให้สัญญาณความปลอดภัย บอกให้ทุกคนถอยห่างและไม่สัมผัส ตัวผู้ป่วย เพื่อให้เครื่องทำการวินิจฉัยการเต้นของหัวใจผู้ป่วยได้ถูกต้อง

4.   ฟังคำแนะนำจากเครื่อง เครื่องจะประเมินคลื่นไฟฟ้าหัวใจผู้ป่วยว่าจำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นหัวใจด้วยกระแสไฟฟ้าหรือไม่ โดยอัตโนมัติ 

5.   หากเครื่องแนะนำให้ช็อก ให้แจ้งสัญญาณให้ทุกคน ถอยห่างและไม่สัมผัสตัวผู้ป่วย อีกครั้ง

6.   กดปุ่ม ปล่อยกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นหัวใจของผู้ป่วย เครื่องจะแสดงคำสั่งให้ท่านกดปุ่มเพื่อทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าไปยังผู้ป่วย

เฉพาะในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น ต่อจากนั้นผู้ช่วยเหลือจึงทำการกดหน้าอกช่วยฟื้นคืนชีพ CPR ต่อเนื่องได้ทันทีหากปฏิบัติการยังไม่เป็นผลสำเร็จก็สามารถปฏิบัติตามที่เครื่อง AED แนะนำ สลับกับการกดหน้าอกต่อไปจนกว่าจะประสบผลสำเร็จหรือรถพยาบาลมาถึง

https://www.youtube.com/watch?v=l7vZqtUpCA8


แก้ไขครั้งสุดท้าย: Wednesday, 23 January 2019, 10:06AM